top of page

อาหารเสริมแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร? - สรรพคุณและประโยชน์?

อัปเดตเมื่อ 22 ม.ค.


อาหารเสริมแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร? - สรรพคุณและประโยชน์?
อาหารเสริมแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร? - สรรพคุณและประโยชน์?

คำว่าแคโรทีนอยด์ฟังแล้วจะดูเป็นวิชาการมากเลย แต่สารอาหารกลุ่มนี้กลับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราเลยทีเดียว และด้วยเม็ดสีที่มีสีสัน ซึ่งส่งผลให้กับพืช ผลไม้และแม้แต่สัตว์บางชนิดที่มีสีสันสวยงาม ล้วนมาจากสารในกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่


สีส้มในแครอทและมันเทศเกิดจากสารแคโรทีนอยด์ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน สีชมพูในนกฟลามิงโก ปลาแซลมอนและกุ้ง ก็มาจากแคโรทีนอยด์ด้วยเช่นกัน ในความเป็นจริง สีส้มเหล่านี้ มักมาจากสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเรียกว่า แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)


แอสตาแซนธินเป็นหนึ่งในกลุ่มสารแคโรทีนอยด์ ที่มีประโยชน์และมีคุณค่ามาก ที่สุดชนิดหนึ่งที่พบในธรรมชาติ และมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ ตั้งแต่ ต่อหัวใจ ผิวหนัง ระบบการเผาผลาญ และแม้กระทั่งอายุขัยยืนยาว



แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร?


แอสตาแซนธินจัดอยู่ในกลุ่มเม็ดสีที่เป็นสารอาหาร ที่เรียกว่า แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) สารอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน (บางครั้งเขียนว่า β-Carotene), lutein, zeaxanthin และ lycopene เช่นเดียวกับแคโรทีนอยด์อื่นๆ แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติ ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง


แม้ว่าแอสตาแซนธินตามธรรมชาติจะมีอยู่ในพืชและสัตว์หลายชนิด แต่แหล่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่มีความเข้มข้นของแอสตาแซนธินมากที่สุดคือ สาหร่ายขนาดเล็กที่ผลิตแอสตาแซนธิน (พืชน้ำจืดขนาดเล็กมาก) Haematococcus pluvialis ซึ่งแอสตาแซนธินจะสกัดมาจากสาหร่ายขนาดเล็กนี้เพื่อใช้เป็นอาหารเสริม



ประโยชน์และสรรพคุณของแอสตาแซนธิน 8 เรื่อง





1. แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ


แอสตาแซนธินมีบทบาทหลายอย่าง ซึ่งสรรพคุณนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (R) ซึ่งจัดได้ว่า เป็นหนึ่งในสารอาหารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุด คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของแอสตาแซนธินมีผลอย่างมากต่อร่างกายของเรา เนื่องจากความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันเชื่อกันว่า เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ และยังเป็นตัวการสำคัญในการแก่ชราด้วย นอกจากนี้ ดวงตา ผิวหนัง หัวใจ และระบบภูมิคุ้มกันของเรา ยังต้องการการปกป้องจากความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งแอสตาแซนธินจะมีบทบาทอย่างมากในการแก้ไขเรื่องนี้



2. แอสตาแซนธินช่วยเรื่องสุขภาพดวงตาได้มาก


แคโรทีนอยด์มีชื่อเสียง ที่มีบทบาทต่อสุขภาพดวงตา เป็นส่วนสำคัญของการปกป้องเรตินาของดวงตา (โดยเฉพาะ Macula ของจอตา) จากการสัมผัสรังสียูวี


อาหารเสริมบำรุงดวงตายอดนิยม ที่ช่วยปกป้องการมองเห็นตามวัย มักจะประกอบด้วย เบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อดูแลสุขภาพดวงตา ปัจจุบันมักจะเพิ่ม แอสตาแซนธินและอัลฟาแคโรทีน (alpha-carotene) เข้าไปด้วย


บทบาทของแอสตาแซนธินในฐานะแหล่งพลังงานด้านสุขภาพดวงตาได้รับการยืนยันจากการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า แคโรทีนอยด์นี้ป้องกันอาการปวดตา (R) ในคนที่ใช้สายตามาก และด้วยเทคโนโลยีที่ใกล้ตัวเราทำให้ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน แอสตาแซนธินจะช่วยสายตาได้มาก


มีการทดลองกับอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นชายหญิงจำนวน 59 คน อายุ 20-64 ปี ที่มีอาการปวดเมื่อยล้าของดวงตา จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ พบว่าการรับประทานแอสตาแซนธิน 9 มก./วัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่า การมองเห็นของตาดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ซึ่งในกลุ่มอาสาสมัครที่อายุน้อยกว่า 40 ปี จะไม่เกิดผลใดๆ (R)





3. แอสตาแซนธินช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์และอ่อนนุ่ม


แอสตาแซนธินช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพผิวและความชรา จากการศึกษาในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง 23 ราย พบว่า การรับประทานแอสตาแซนธิน 4 มก. ต่อวัน จะช่วยป้องกันความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดจากรังสียูวี แอสตาแซนธินยังช่วยเสริมสร้างผิวส่วนที่ไม่ได้รับรังสียูวีด้วย ทำให้ผิวเรียบเนียนและอ่อนนุ่มมากขึ้น


จากการศึกษาอื่น ที่ทำในผู้หญิงที่มีสุขภาพดี 65 คน ที่ได้รับแอสตาแซนธิน 6 หรือ 12 มก./วัน พบว่าแอสตาแซนธินป้องกันการเกิดริ้วรอยและความแห้งกร้านด้วย นั่นไม่ใช่ทั้งหมด การศึกษาอื่นพบว่า แอสตาแซนธิน 2 มก. พร้อมคอลลาเจน 3 กรัมต่อวัน ช่วยปรับปรุงโครงสร้างและความสมบูรณ์ของผิว และเพิ่มการผลิตคอลลาเจนมากขึ้น ซึ่งการใช้ร่วมกันนี้จะช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันต่อการตอบสนองต่อการอักเสบที่ดีอีกด้วย



4. แอสตาแซนธินช่วยให้หัวใจแข็งแรง


เมื่อพูดถึงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ระบบหัวใจและหลอดเลือดของเราจำเป็นต้องอยู่ในภาวะการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่า เราจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพที่ดี และถ้าดูจากหลายเหตุผลแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่ แอสตาแซนธินจะมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพของหัวใจ


ประโยชน์ส่วนใหญ่นี้ เป็นผลจากการออกฤทธิ์ของแอสตาแซนธิน ที่ช่วยยับยั้งความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่นกัน เช่น ช่วยรักษาระดับไขมันที่ดี การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า แอสตาแซนธินช่วยให้หัวใจสามารถปั๊มเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การปั๊มหัวใจอย่างมีประสิทธิภาพและการช่วยปรับความดันโลหิตที่ดีอยู่แล้ว หมายความว่าเลือดและออกซิเจนสามารถไปถึงเนื้อเยื่อและเซลล์ทั้งหมดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ





5. แอสตาแซนธินช่วยส่งเสริมสุขภาพตับ


คุณรู้ไหมว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกาย สารต่างๆ ทั้งสารอาหารและสารพิษ จะถูกดูดซืมที่ลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดในช่องท้อง ซึ่งสารทั้งหมดจะถูกส่งผ่านไปกรองที่ตับ ก่อนที่จะเข้าสู่กระแสเลือดหลักและไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ดังนั้นตับจึงทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการกำจัดสารพิษที่มากับอาหารที่เรากินเข้าไป


จากการศึกษา (R) พบว่า แอสตาแซนธินมีบทบาทสำคัญในการปกป้องและรักษาพังผืดที่ตับ (Liver fibrosis), ไขมันพอกตับ, มะเร็งตับ, ยาและภาวะขาดเลือดที่ตับ ซึ่งกลไกเหล่านี้เกิดจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ซึ่งผ่านการควบคุมหลายเส้นทางด้วยกัน



6. แอสตาแซนธินเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณ


เราทุกคนต้องการภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรงที่สุดเพื่อต่อสู้กับมลภาวะและการระบาดของเชื้อโรคที่นับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ดังนั้น ด้วยคุณสมบัติของแอสตาแซนธินในการตอบสนองต่อการอักเสบที่ดีต่อสุขภาพและรับมือกับความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น นั่นหมายความว่า แอสตาแซนธินจะเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ดีที่สุดของเราในการรักษาสุขภาพภูมิคุ้มกัน


การรับประทานอาหารเสริมแอสตาแซนธิน จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยการเพิ่มจำนวนและเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาชนิด Lymphocyte และ Natural Killler cells (NK cells) (R) และเพิ่มจำนวนของ T-cells และ B-cells (R) ในกระแสเลือด


การออกกำลังกายในระดับปานกลาง จะดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของเรา แต่นักกีฬาส่วนใหญ่ มักจะออกกำลังกายที่มากเกินไป ทำให้ยากต่อการรักษาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาชิ้นหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า แอสตาแซนธินช่วยรักษาการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ดีในนักวิ่ง (R)



7. แอสตาแซนธินช่วยปกป้องการเผาผลาญของร่างกาย


แอสตาแซนธินเป็นสารไม่ใช่ยา ที่ช่วยแก้ไขภาวะผิดปกติของกระบวนเผาผลาญ โดยแอสตาแซนธินจะมีผลต่อกระบวนการเผาผลาญกลูโคสและไขมันผ่านหลายกลไกในร่างกาย (R) นอกจากนี้ แอสตาแซนธินยังช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และการใช้กลูโคสในเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย


ในการทดลองกับอาสาสมัครชาวญี่ปุ่น 53 คน ด้วยการให้รับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 12 มก./วัน นาน 12 สัปดาห์ ผลการวิจัยระบุว่า แอสตาแซนธิน อาจมีผลในการป้องกันโรคเบาหวานและหลอดเลือด และอาจเป็นทางเลือกในการป้องกันโรคเบาหวานในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี รวมถึงอาสาสมัครที่มีภาวะ prediabetes โดยไม่มีผลข้างเคียง (R)



8. แอสตาแซนธิน : สารอาหารบำรุงสมอง


สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญ เป็นศูนย์กลางในการควบคุมการทำงานเกือบทุกอย่างของร่างกาย สมองเป็นอวัยวะที่บอบบาง จึงได้รับการปกป้องแรงกระทบจากภายนอก ซึ่งก็คือกระโหลกศรีษะ ในขณะเดียวกัน ก็มีการปกป้องจากภายในด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือ Blood brain barriers ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกรองสารต่างๆ ที่จะเข้ามาในสมอง รวมถึงสารพิษด้วย


ดังนั้นพบว่า แอสตาแซนธินสามารถซึมผ่าน Blood brain barrier และช่วยให้มีการตอบสนองต่อการอักเสบที่ดีต่อสุขภาพภายในสมองได้ จากการศึกษาทางคลินิกชิ้นหนึ่งพบว่า การใช้แอสตาแซนธินและเซซามินร่วมกัน (สารสกัดจากเมล็ดงา) ช่วยเพิ่มความเข้าใจและช่วยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยทำงานที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (R)





อาหารเสริมแอสตาแซนธินได้ผลหรือไม่?


แอสตาแซนธินเป็นอาหารเสริม มีสรรพคุณและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายตามที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับโภชนาการและไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ อย่าคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในทันที โภชนาการที่เหมาะสมต้องใช้เวลา การจะมีสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดี อาจจะใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี



วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอสตาแซนธิน


รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอสตาแซนธินแบบเดียวกับที่คุณรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ก็ตาม พร้อมกับมื้ออาหาร เนื่องจากแคโรทีนอยด์ละลายได้ในไขมัน เช่น วิตามินอี และวิตามินเค แอสตาแซนธินจึงถูกดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานพร้อมกับอาหาร


ดังนั้นอาหารเสริมแอสตาแซนธิน ที่จะได้ผลดี ควรผสม Phospholipid เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมของแอสตาแซนธินได้มากขึ้น



สามารถใช้ resveratrol ร่วมกับแอสตาแซนธินได้หรือไม่


ทั้งแอสตาแซนธินและเรสเวอราทรอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และได้รับการศึกษาถึงผลในการต่อต้านวัยและช่วยให้อายุยืนยาว คุณไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมกัน แต่คุณสามารถทำได้หากง่ายกว่าสำหรับคุณ การทานทั้งสองอย่างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแผนการรักษาสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน!






อ้างอิง:


bottom of page