top of page

EPIGENETIC REPROGRAMMING แตกต่างและสัมพันธ์กับ CELLULAR REPROGRAMMING อย่างไร?

อัปเดตเมื่อ 22 ม.ค.


EPIGENETIC REPROGRAMMING แตกต่างและสัมพันธ์กับ CELLULAR REPROGRAMMING อย่างไร?
EPIGENETIC REPROGRAMMING แตกต่างและสัมพันธ์กับ CELLULAR REPROGRAMMING อย่างไร?

Epigenetic reprogramming และ cellular reprogramming เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน Epigenetic reprogramming หมายถึงการเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อม เพื่อจัดการและควบคุม DNA โดยไม่เปลี่ยนแปลงลำดับของกรดนิวคลีอิกใน DNA เพื่อให้เซลล์ย้อนกลับไปอยู่ในสถานะตัวอ่อน


ในทางกลับกัน cellular reprogramming เป็นการเปลี่ยนเซลล์ที่โตเต็มวัย (Adult cell) ให้ย้อนกลับไปเซลล์ต้นกำเนิดอีกครั้ง ผ่านทางการทำงานของ transcriptiong factor หรือ reprogramming factors นักวิทยาศาสตร์สามารถนำเทคนิค Cellular reprogramming มาใช้ผลิต induced Pluripotent Stem Cell (iPSCs (สเต็มเซลล์ที่สามารถโตไปเป็นเนื้อเยื่อต่างๆ ได้) จาก Somatic cell (เซลล์ที่โตเต็มวัยของอวัยวะต่างๆ) หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงเซลล์ชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งได้


ในขณะที่กระบวนการทั้งสองเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงออกของยีน โดยไม่เปลี่ยนแปลงลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน ความแตกต่างที่สําคัญอยู่ที่ขอบเขตของการเปลี่ยนแปลง


Epigenetic reprogramming จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการแสดงออกของยีน แต่ไม่มีผลต่อลำดับของนิวคลีโอไทด์บน DNA และจะเกิดขึ้นในเซลล์ที่โตเต็มวัยแล้ว กระบวนการนี้มักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของโครโมโซมหรือองค์ประกอบของ DNA การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยการติดเมทิลกลุ่ม (methylation) หรือ acetylation ให้กับ DNA หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโครโมโซม เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งของยีนบนโครโมโซม


ในขณะที่ Cellular reprogramming จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของเซลล์เดิม ไปเป็นเซลล์ที่มีคุณลักษณะใหม่ (Cell identity) และจะเกิดในสเต็มเซลล์  กระบวนการนี้มักเกี่ยวข้องกับการลบกลุ่มเมทิลออกจาก DNA ของเซลล์ กระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยใช้สารเคมีหรือไวรัส





Epigenetic reprogramming มีความสำคัญต่อ cellular reprogramming เนื่องจากเป็นกระบวนการที่เตรียมเซลล์ให้พร้อมสำหรับการ reprogram และการเปลี่ยนแปลง epigenetic สามารถเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานยีนที่จำเป็นสำหรับการ reprogram ได้ ตัวอย่างเช่น เซลล์ผิวหนังสามารถถูก reprogrammed ให้กลายเป็นเซลล์ต้นกำเนิดได้โดยการลบกลุ่มเมทิลออกจากยีนที่เกี่ยวข้องกับ การจำแนกเซลล์ (Differentiation)


Epigenetic reprogramming ยังสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกการซ่อมแซมความเสียหายของ DNA ได้ ความเสียหายของ DNA สามารถทำให้การแสดงออกของยีนผิดปกติได้ การ reprogram ของ epigenetic สามารถช่วยกู้คืนการแสดงออกของยีนที่ผิดปกติและป้องกันเซลล์จากการตาย


ทั้ง epigenetic reprogramming และ cellular reprogramming มีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคอัลไซเมอร์ ตัวอย่างเช่น epigenetic reprogramming สามารถใช้เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง สามารถใช้เพื่อลดการอักเสบ และสามารถใช้เพื่อป้องกันความเสียหายของ DNA


cellular reprogramming สามารถใช้เพื่อสร้างเซลล์ต้นกำเนิดหรือเซลล์ประสาทใหม่สำหรับการปลูกถ่าย สามารถใช้เพื่อรักษาโรคที่เกิดจากเซลล์ที่ตายหรือเสียหาย และสามารถใช้เพื่อพัฒนาการรักษาใหม่ๆ สำหรับโรคต่างๆ


อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องทำก่อนที่จะสามารถนำ epigenetic reprogramming และ cellular reprogramming มาใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ







bottom of page